Grace (พระคุณ)

Thought of the day:
“We ourselves owe everything to God’s free grace.” – COL 250
ข้อคิดประจำวัน เราเป็นหนี้ในพระคุณที่ให้เปล่าๆของพระเจ้า
…because no one can be made right with God by following the law. The law only shows us our sin. But God has a way to make people right, and it has nothing to do with the law. He has now shown us that new way, which the law and the prophets told us about. 22 God makes people right through their faith in[a] Jesus Christ. He does this for all who believe in Christ. Everyone is the same. 23 All have sinned and are not good enough to share God’s divine greatness. 24 They are made right with God by his grace. This is a free gift. They are made right with God by being made free from sin through Jesus Christ.  (Romans 3:20-24)

 

ไม่มีใครหรอกที่พระเจ้าจะยอมรับเนื่องจากทำสิ่งที่กฎบอกให้ทำ เพราะกฎนั้นมีไว้ชี้ให้เราเห็นถึงความบาปของตัวเอง     แต่ตอนนี้ พระเจ้าได้เปิดเผยให้เห็นว่าพระองค์นั้นซื่อสัตย์และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกฎเลย แต่ว่าทั้งกฎและพวกผู้พูดแทนพระเจ้าได้เป็นพยานถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์        พระเจ้าทำให้เราเห็นว่าพระองค์นั้นซื่อสัตย์ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ พระองค์ทำอย่างนี้ผ่านทางความซื่อสัตย์ของพระเยซูคริสต์      เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคนที่ไว้วางใจ ไม่มีใครแตกต่างกันเลย         เพราะทุกคนทำบาปเหมือนกันหมด และชีวิตของเขาขาดศักดิ์ศรีที่มาจากพระเจ้า         พระเจ้ามีความเมตตากรุณาและพระองค์ยอมรับทุกคนมาเป็นคนของพระองค์โดยไม่คิดมูลค่า และเพราะสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้ทำ พระเจ้าได้ปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของบาป (โรม 3:20-24) 

God promised long ago through his prophets in the Holy Scriptures to give this Good News to his people. The Good News is about God’s Son, Jesus Christ our Lord. As a human, he was born from the family of David, but through the Holy Spirit he was shown to be God’s powerful Son when he was raised from death. Through Christ, God gave me the special work of an apostle—to lead people of all nations to believe and obey him. I do all this to honor Christ. (Romans 1: 2-5)
พวกผู้พูดแทนพระเจ้าได้ประกาศข่าวดีนี้ไว้ก่อนหน้านี้แล้วในพระคัมภีร์ อันศักดิ์สิทธิ์         ข่าวดีนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระบุตรของพระเจ้า คือพระเยซูคริสตเจ้าของพวกเรา พระองค์ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผ่านทางเชื้อสายของดาวิด          เมื่อพระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย พระเจ้าได้แต่งตั้งพระองค์ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เป็นพระบุตรผู้เต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ          พวกเราได้รับสิทธิพิเศษผ่านทางพระเยซูให้มาเป็นศิษย์เอก เราได้รับสิทธิพิเศษนี้เพื่อพวกเราจะได้นำคนที่ไม่ใช่ยิวให้มาไว้วางใจและเชื่อฟังพระเจ้า พวกเราทำงานนี้เพื่อให้เกียรติกับพระคริสต์ (โรม 1: 2-5)
I mean that you have been saved by grace because you believed. You did not save yourselves; it was a gift from God. You are not saved by the things you have done, so there is nothing to boast about. God has made us what we are. In Christ Jesus, God made us new people so that we would spend our lives doing the good things he had already planned for us to do. (Ephesians 2: 8-10)
ที่พวกคุณรอดนั้นเป็นเพราะความเมตตากรุณาของพระเจ้า ผ่านมาทางความเชื่อของคุณ ไม่ได้มาจากตัวของพวกคุณเอง แต่เป็นของขวัญที่มาจากพระเจ้า        มันไม่ได้เป็นผลมาจากการกระทำของใคร เพื่อจะได้ไม่มีใครโอ้อวดได้         เพราะเราเป็นผลงานของพระเจ้า ที่พระองค์สร้างผ่านมาทางพระเยซูคริสต์ เพื่อให้เราทำสิ่งดีๆที่พระเจ้าได้เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วให้เราทำ (เอเฟซัส 2:8-10) 
With Jesus as our high priest, we can feel free to come before God’s throne where there is grace. There we receive mercy and kindness to help us when we need it. (Hebrews 4:16)
ดังนั้น ขอให้เราทุกคนมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ ที่จะมายืนอยู่ต่อหน้าบัลลังก์ของพระเจ้าผู้มีความเมตตากรุณา เพื่อเราจะได้รับความปรานี และพบกับความเมตตากรุณาที่พระเจ้าจะช่วยเราในเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือ (ฮีบรู 4:16)
God has shown you his grace in many different ways. So be good servants and use whatever gift he has given you in a way that will best serve each other. (1st Peter 4:10)
พระเจ้าได้เมตตากรุณาให้พรสวรรค์หลากหลายกับพวกคุณ ให้แต่ละคนใช้พรสวรรค์ที่ได้รับมานั้นรับใช้ซึ่งกันและกัน เหมือนอย่างคนดูแลที่สัตย์ซื่อ (1 เปโตร 4:10)
Sin will not be your master, because you are not under law. You now live under God’s grace. (Romans 6:14)
ความบาปก็ไม่มีอำนาจเหนือพวกคุณอีกต่อไปแล้ว เพราะพวกคุณไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของกฎ แต่อยู่ใต้ความเมตตากรุณาของพระเจ้า (โรม 6:14)
That is the way we should live, because God’s grace has come. That grace can save everyone.  It teaches us not to live against God and not to do the bad things the world wants to do. It teaches us to live on earth now in a wise and right way—a way that shows true devotion to God. We should live like that while we are waiting for the coming of our great God and Savior Jesus Christ. He is our great hope, and he will come with glory.  He gave himself for us. He died to free us from all evil. He died to make us pure—people who belong only to him and who always want to do good. (Titus 2: 11-14)
ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็เพราะความเมตตากรุณาของพระเจ้าได้มาถึงแล้ว เป็นความเมตตากรุณาที่นำความรอดมาให้กับทุกคน       ความเมตตากรุณานี้ ได้ฝึกอบรมให้เราละทิ้งชีวิตที่ไม่ได้ให้เกียรติกับพระเจ้า และทิ้งกิเลสตัณหาของโลกนี้ ความเมตตากรุณานี้ฝึกให้เรามีชีวิตแบบคนที่มีสติ คนที่ยุติธรรม และคนที่ให้เกียรติกับพระเจ้าในยุคนี้     เราควรจะทำอย่างนี้ในขณะที่เราตั้งหน้าตั้งตาคอยให้ความหวังที่นำเกียรติมาให้เราเป็นจริง ความหวังนั้นคือ เราจะได้เห็นเกียรติยศของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และของพระเยซูคริสต์ผู้ช่วยให้รอดของเรา         พระองค์ได้ให้ชีวิตของพระองค์เองเพื่อเรา เพื่อจะได้ปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากความชั่วร้ายทั้งปวง เพื่อชำระล้างเราให้บริสุทธิ์จะได้เป็นคนของพระองค์โดยเฉพาะ คือเป็นคนที่พยายามจะทำแต่ความดี (ทิตัส 2:11-14)
And if he chose them by grace, then it is not what they have done that made them his people. If they could be made his people by what they did, his gift of grace would not really be a gift. (Romans 11:6)
ถ้าพระองค์เลือกเรามาด้วยความเมตตากรุณา แสดงว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกระทำ ไม่อย่างนั้นแล้วจะเรียกว่าเป็นความเมตตาได้อย่างไร (โรม 11:6)
God has sent his special servant Jesus. He sent him to you first. He sent him to bless you by causing each of you to turn away from your evil ways.” (Acts 3: 26)
เมื่อพระเจ้าได้เลือกพระเยซูผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์ก็ได้ส่งพระเยซูมาให้กับพวกคุณชาวอิสราเอลก่อน เพื่ออวยพรพวกคุณ ให้แต่ละคนหันหลังให้กับความชั่วร้ายของตัวเอง” (กิจการของอัครทูต 3:26)
Yes, God loved the world so much that he gave his only Son, so that everyone who believes in him would not be lost but have eternal life. (John 3:16)
 เพราะว่าพระเจ้ารักผูกพันกับมนุษย์ในโลกนี้มาก จนถึงขนาดยอมสละพระบุตรเพียงองค์เดียวของพระองค์ เพื่อว่าทุกคนที่ไว้วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่สูญสิ้น แต่จะมีชีวิตกับพระเจ้าตลอดไป (ยอห์น 3:16)
Bible passages…
English: ERV
ภาษาไทย: ERV-TH
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s